วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558
ซุปเปอร์คาร์รุ่น Koenigsegg ก็คือ CCXR
วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558
bugatti veyron super sport ซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดและแพงที่สุดในโลก
บูกัตติ เวย์รอนรุ่น 1,500 แรงม้า จะเปิดตัวในปี 2014 โดยเป็นรุ่นสุดท้ายของเวย์รอนในโฉมนี้ และรถรุ่นส่งท้ายเจ้าของสถิติเร็วที่สุดในโลกคันนี้ มาพร้อมกับคำกล่าวที่ว่า “สมรรถนะทัดเทียมจินตนาการ”
การดัดแปลงครั้งนี้ จะนำรุ่นสูงสุดในปัจจุบันอย่าง เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต (Bugatti Veyron Super Sport) มาลดน้ำหนักลง 200 กิโลกรัมด้วยดีไซน์ใหม่ผสานคาร์บอนไฟเบอร์มากกว่าก่อน จากเดิมหนัก 1888 กิโลกรัม และเพิ่มกำลังจากเดิมที่มี 1,200 แรงม้าด้วยการดัดแปลงเครื่องเดิมคือ W16 เทอร์โบ 4 ตัวของเวย์รอน ซูเปอร์ สปอร์ต ที่เพิ่มความจุกระบอกสูบ และเสริมกำลังด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งอาจให้กำลังมากกว่า 1,500 แรงม้าเลยทีเดียว
เนื่องด้วยเทคโนโลยียางรถยนต์ซึ่งยังไม่สามารถรองรับความเร็วสูงสุดในปัจจุบันได้มากไปกว่านี้ ทั้งแรงเสียดทานที่มากมหาศาล แรงประทะจากลม แรงต้านอากาศที่รุ่นแรง ทำให้บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์ สปอร์ตทำความเร็วสูงสุดอย่างปลอดภัยได้เพียง 429 กม./ชม. เท่านั้น ซึ่งบูกัตติหวังจะทำให้ได้มากว่านี้ด้วยรุ่นล่าสุดที่ความเร็ว 450 กม./ชม. เลยทีเดียว โดยความเร็วระดับนี้ บูกัตติตั้งมูลค่าอย่างสมน้ำสมเนื้อไว้ที่ 7.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 240 ล้านบาท (ราคานี้คือราคายังไม่รวมภาษีเข้าประเทศนั้นๆ ซึ่งหากนำเข้าประเทศไทย คาดว่าราคารวมภาษี 300 % จะอยู่ที่ 700-800 ล้านบาท )
ไฮเปอร์คาร์ SSC Tuatara
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
Mercedes Benz Ener-G-force
แต่ Ener-G-Force มีลักษณะเหลือเค้าโครงของ G-Class รุ่นปัจจุบันเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังมีรายละเอียดที่แสดงให้เห็นถึงสายพันธ์ุที่สืบทอดต่อกันมา
กุญแจสำคัญที่จะทำให้ Mercedes Benz Ener-G-Force กลายเป็นรถต้นแบบที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งยุคก็คือความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบการขับเคลื่อนอาศัยพลังเชื้อเพลิงจากน้ำรีไซเคิลที่ถูกกักเก็บไว้ด้านบนหลังคา ก่อนที่จะถูกส่งเข้าสู่ระบบ 'Hydro tech Converter' แปลงน้ำให้เป็นไฮโดรเจนสำหรับขับเคลื่อนได้ในระยะราว 800 กิโลเมตรเลย
ส่วนของรายละเอียดเชิงลึกด้านเทคโนโลยียังไม่ได้มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่เพียงแค่รายละเอียดแรกที่ได้รับก็ทำให้ Mercedes Benz Ener-G-Force กลายเป็นรถต้นแบบแห่งปี 2013 ที่ตอบสนองในใจนักเลงรถชนิดน่าจับตามองไม่น้อย
วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
Lamborghini Egoista
Lamborghini Perdigón
วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
การปรับแต่งตามหลักอากาศพลศาสตร์จากโปรแกรม Porsche Exclusive ชุดแต่ง Aerokit ใหม่ล่าสุดสำหรับปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) และ 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S)
สตุ้ดการ์ท. ปอร์เช่ เอ็กซ์คลูซีฟ (Porsche Exclusive) นำเสนอชุดแต่ง Aerokit ใหม่ล่าสุดให้กับรุ่น 911 เทอร์โบ (911 Turbo) โดยแพ็คเกจชุดแต่งนี้จะมาพร้อมกับ แผงสปอยเลอร์หน้าที่โดดเด่น และท้ายรถด้านหลังที่ได้รับการออกแบบใหม่ที่มีทั้งปีกด้านข้างที่ไดรับการออกแบบให้มีมุมเฉพาะเพื่อช่วยในด้านอากาศพลศาสตร์ รวมถึงปีกหลังของรถที่ขยายและพับเก็บได้โดยจะทำการเปลี่ยนองศาไปตามลมที่ปะทะ ลิ้นสปอยเลอร์ด้านหน้าและด้านหลังจะเพิ่มความเป็นสปอร์ตให้กับ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) ได้มากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของรถแล้ว ปอร์เช่ยังได้เน้นการทำงานตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ โดยการทดสอบชุดแต่ง Aerokit Turbo อย่างหนักจากอุโมงค์ลมและการทดสอบการขับขี่บนสนามแข่งที่ศูนย์พัฒนา Porsche Development Centre ที่เมือง Weissach โดยมีจุดประสงค์หลักในการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และเพิ่มแรงกดให้มากขึ้น ในขณะที่ยังคงค่าสัมประสิทธิเสียดทานไว้ได้อย่างดีเยี่ยมตามแบบฉบับของรถยนต์ปอร์เช่อีกด้วย และยังเป็นการเน้นย้ำให้มั่นใจว่า Aerokit จะช่วยในการไหลผ่านของลมได้อย่างสมดุลที่สุด ส่งผลให้ 911 ประสิทธิภาพสูงคันนี้มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น เช่น ชิ้นส่วนตามหลักอากาศพลศาสตร์ของชุดแต่ง "Aerokit Turbo" จะสร้างแรงกดทางด้านเพลาหน้าและเพลาหลังให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในความเร็วสูง โดยรวมแล้วแรงกดของ 911เทอร์โบ (911 Turbo) ขณะความเร็วที่ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจาก 17กิโลกรัม เป็น 26 กิโลกรัม เมื่อตั้งค่าที่ Speed และจาก 18 กิโลเมตร เป็น 150กิโลกรัม เมื่ออยู่ในการตั้งค่าที่ Performance
ท่านสามารถเลือกสั่งชุดแต่ง "Aerokit Turbo" ได้ 2 รูปแบบ นั่นคือเลือกติดตั้งให้เป็นสีเดียวกับตัวรถหรือเลือกเป็นสีดำแบบพ่นเงา และยังทำการพ่นสีสเกิร์ตด้านข้างและแผงด้านหลังที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถด้วย หากตัวรถเป็นสีดำแผ่นครีบช่องดักอากาศบนฝาท้ายได้รับการออกแบบเป็นสีดำเพื่อความเหมาะสมกับปีกหลังที่จะขยายออกมาด้วยเช่นกัน
ชุดแต่ง Aerokit สำหรับ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) และ 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) สามารถเลือกสั่งได้ผ่านทาง Porsche Exclusive หรือสามารถติดตั้งที่หลังได้โดยผ่านโปรแกรมชุดแต่ง Porsche Tequipment
ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) และ 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงแบบในเมืองอยู่ที่ 13.2 ลิตร/100 กิโลเมตร (7.57 กิโลเมตร/ลิตร) อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงแบบนอกเมืองอยู่ที่ 7.7 ลิตร/100 กิโลเมตร (13 กิโลเมตร/ลิตร) แบบเฉลี่ยอยู่ที่ 9.7 ลิตร/100 กิโลเมตร (10.30 กิโลเมตร/ลิตร) อัตราการปล่อยก๊าซ (CO2 ) อยู่ที่ 227 กรัม/กิโลเมตร


















